เปลี่ยนชื่อ ดีจริงหรือ?

posted on 29 Sep 2009 23:42 by devilclass

เอาประสบการณ์การเปลี่ยนชื่อของตัวเองมาเล่าครับ มีช่วงหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนชีวิตประสบปัญหามากมาย ในช่วงนั้นเราเดินหันหลังให้พระพุทธศาสนาเพราะเสื่อมสัทธาในสงฆ์ทั้งหลาย (เป็นผู้ออกบวชแล้วบางท่านยังมาเดินเลือกซื้อหนังโป๊ เห็นจะจะคาตา แถมยังมีข่าวตามหน้าหนังสือแทบไม่เว้นวัน)พอมีปัญหามากๆเข้าก็ไม่รู้จะทำยัง ไง มีเพื่อนชอบไปดูหมอ สุดท้ายเราก็เลยตัดสินใจไปหาหมอดูมั่ง ไปดูกับหมอดูชื่อดังมีงานเขียนวางขายอยู่หลายเล่ม ดูประมาณ 30 นาที เสียไป 2000 บาท(ค่าที่โง่นัก) ได้ชื่อใหม่มาเปลี่ยนตัดสินใจอยู่นานหลายเดือนว่าจะทำตามที่หมอดูแนะดีไหม แต่ในที่สุดเราก็ตัดสินใจลองดูเพราะปัญหามันแก้ไม่ตก เราตกที่นั่งลำบากเครียดมาก จิตใจก็เลยอ่อนแอ ถามตังเองว่าเชื่อหมอดูไหม ในใจก็บอก 50/50 ทุกอย่างต้องลองต้องพิสูจน์ พอเปลี่ยนชื่อเสร็จ ก็ไปทำตามกรรมวิธีประมาณ 2 หน้ากระดาษ A 4 (จ่ายเงินค่าจิปาถะเพิ่มอีก)ตามที่หมอดูแนะนำมา เหมือนเราแต่งบ้านใหม่ ทั้งๆที่มันก็บ้านหลังเก่าที่อยู่มานาน แต่พอเปลี่ยนเฟอร์ใหม่ จัดนู่นจัดนี่ใหม่ ทาสีใหม่ ก็รู้สึกว่าบ้านมันใหม่ขึ้นสดใสขึ้น เหมือนกันเลยกับการเปลี่ยนชื่อใหม่ ประมาณ2ปีผ่านไป ทำให้เรารู้ว่าวันนั้นเราไม่ต้องไปเปลี่ยนชื่อใหม่เลย ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ตัวเราเอง ตัวเรานี่แหละที่ลิขิตชีวิตของเราเอง หากเรามีทุกข์มันก็อยู่ที่เราว่าเราเลือกที่จะจมลงไปกับทุกข์นั้น หรือจะสู้เพื่อที่จะหลุดพ้น ไม่มีอะไรที่ง่ายในชีวิต เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก หรือแม้ต่อให้โลกนี้มีเพียงแค่ตัวเรา การเอาชนะตัวเองก็ยังเป็นสิ่งที่ยาก บางทีอาจจะยากกว่าการเอาชนะคนอื่นเสียอีก สิ่งที่จะต้องเปลี่ยนมีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น คือ ตัวเอง เพราะเราเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ ในชีวิตเจอคนร้ายๆ เลวๆมาเยอะ เคยโกรธเคยแค้นเคยอาฆาต วันนี้ให้อภัยและไม่คิดจองเวรกันอีก ชื่อไม่ได้ทำให้อะไรเปลี่ยนไป แค่เพียงทำให้จิตใจดีขึ้นชั่วขณะหนึ่ง สิ่งที่ทำให้ทุกสิ่งเปลี่ยนอย่างถาวรคือใจและการกระทำของเรา ถ้าเจอเรื่องร้ายๆในชีวิต มี 2 ทางให้เลือก 1.เลือกแบบผู้แพ้ แพ้ตัวเองปล่อยให้ทุกข์กัดกร่อนเรา จมไปกับทุกข์ และ 2. เลือกที่จะเป็นผู้ชนะ ชนะตนเอง ทุกปัญหาย่อมต้องมีทางออก แต่จะเลือกออกไปแบบไหน บางคนยอมทำเลวเพื่อแก้ปัญหาแต่ไม่รู้ตัวว่านั้นไม่ใช่ทางออกที่แท้จริง ปัญหามันแค่ชะงักชั่วคราว แล้วมันก็จะกลับมาอีก สรุปเลยแล้วกัน(เขียนมามีแต่น้ำ)การเปลี่ยนชื่อก็แค่ทำให้ความรู้สึกดีขึ้น เท่านั้นสำหรับเรา มันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไร ไม่ช่วยให้ความทุกข์บรรเทาลง ไม่ช่วยให้เรารวยขึ้นหรือจนลง ไม่ช่วยให้งานเราก้าวหน้าหรือถอยหลัง เราเท่านั้นที่จะช่วยตัวเราเองได้ ขอแนะนำให้ยึดธรรมะไว้ให้แน่นๆ ธรรมะทำให้เราตาสว่าง ธรรมะทำให้ใจเราเบิกบาน ธรรมะทำให้ไม่ทุกข์ ธรรมะเป็นอาวุธในการป้องกันคนชั่วทั้งหลาย(เจอ 10 คนชั่วเราอาจจะเสียใจ อาจจะโกรธ แต่เราจะไม่แค้นไม่อาฆาต ที่สำคัญไม่โกรธนาน ไม่เสียใจนาน ไม่ทุกข์นาน)ธรรมะมีทางออกให้ทุกปัญหา อีกด้วย ขอขอบคุณรุ่นพี่ที่พยายามยัดเยียดหนังสือธรรมะเล่มหนึ่งให้อ่านด้วยความอดทน เป็นเดือนๆเพราะเราก็ปฏิเสธเป็นเดือนๆเหมือนกัน แต่ในที่สุดเราก็ยอมแพ้ความพยายามของพี่คนนี้อ่านจนได้ วันนี้เราซื้อหนังสือธรรมะอ่านเองทุกเดือน เดือนละหลายเล่ม ทำให้เราฉลาดขึ้นมานิดนึง เมื่อก่อนโง่สนิท

คนจะดีจะชั่วอยู่ที่การกระทำครับ การเปลี่ยนชื่ออย่างเดียวแต่ไม่หมั่นสั่งสมความดีเลย
ก็ไม่ได้มีประโยชน์อันใด เพียงมีผลกับจิตใจของผู้เปลี่ยนเพียงเท่านั้น แต่ยังไงก็ต้องเสวย
วิบากของตนอยู่ดี   เคยได้ยินพระท่านว่า เปรียบเหมือนกองอึ ถึงให้เปลี่ยนชื่อเป็น ดอกไม้
ยังไงมันก็เหม็นอยู่เหมือนเดิม ฉันใดก็ฉันนั้น  แม้ว่าชื่อเราจะมีพยัญชนะอะไรที่เป็นกาลกิณี
แต่ถ้าเราละความชั่ว หมั่นสร้างกรรมดียังไงก็ไม่ตกอับครับ

วิธีแก้ดวงตก

posted on 27 Sep 2009 21:00 by devilclass

วิธีแก้ดวงตก

วิธีการแก้ดวง

1.  ปล่อยนก   7   วัน/ครั้งชนิดใดก็ได้ หรือตามเวลาและโอกาสอันควร ( ซื้อที่ตลาด หรือที่กำลังจะโดนฆ่าครับ )

2.  ปล่อยปลา   3  วัน/ครั้งชนิดใดก็ได้ หรือตามเวลาและโอกาสอันควร ( ซื้อที่ตลาด หรือที่กำลังจะโดนฆ่าครับ )

3.  ปล่อยเต่า  6  วัน/ครั้งชนิดใดก็ได้ หรือตามเวลาและโอกาสอันควร ( ซื้อที่ตลาด หรือที่กำลังจะโดนฆ่าครับ )

4.  ปล่อยกบ  4  วัน/ครั้งชนิดใดก็ได้ หรือตามเวลาและโอกาสอันควร  ( ซื้อที่ตลาด หรือที่กำลังจะโดนฆ่าครับ )

5.  ปล่อยสัตว์ทุกชนิดที่สามารถปล่อยได้เป็นประจำ หรือตามเวลาและโอกาสอันควร ( ซื้อที่ตลาด หรือที่กำลังจะโดนฆ่า )

6.  การให้ทานให้ชีวิต ให้ทรัพย์  ให้เครื่องอุปโภคบริโภค  ให้สิ่งที่เขาขาดแคลน  ฯลฯ  เป็นประจำตามกาลเวลาและโอกาสตามควร  

7.  การทำบุญตามศาสนา  ตามหลักพิธีทางศาสนาให้ทำบุญอย่างรู้หลักการรู้ถึงความพอดี

8.  การรักษาศีลพร้อมหลักพื้นฐาน  อย่างน้อย 3 ข้อและประพฤติปฏิบัติให้มากยิ่งขึ้นและเคร่งครัดมากขึ้นเพราะจะเป็น เกราะช่วยคุ้มครองคุณเอง

9.  การ ไม่เบียดเบียน  จะส่งผลให้คุณอยู่ที่ใดแห่งหนใดมีแต่ความสุขความเจริญไม่ว่า จะอยู่ที่ลำบาก ก็จะอยู่อย่างมีความสุข และ ไม่มีใครคิดร้ายหรือทำร้ายต่อเราได้  

10.  ชอบ ด้วยการคิดดี  การพูดดี  และการกระทำดี  เป็นพื้นฐานของคนดีที่ทุกคนต้อง ปฏิบัติและหมั่นทำให้ดีมากยิ่งขึ้นกว่าที่ เป็นอยู่กว่าปัจจุบัน เพราะไม่ว่าคุณเองจะเกิดในทีใด หรืออยู่ที่ใดก็ตามจะได้อยู่ร่วมกับผู้คนที่มีแต่การคิดดี พูดดี และกระทำดี

11. ความรู้จักพอ หรือตัดคำว่าอยาก อยากเป็นนั้น อยากเป็นนี้ อยากทำนั้น อยากทำนี่ อยากได้นั้น  อยากได้นี้  ถ้าเรารู้จักพอจะไม่เป็นบ่อเกิดของการขวนขวายให้ ได้มาซึ่งเป็นตัวเหตุแห่ง ทุกข์ ที่เราทุกคนส่วนใหญ่ประสบกันเป็นประจำ  ถ้าคุณต้องการสิ่งใดแล้วถ้าไม่ได้มา หรือไม่มีกำลังที่จะได้มาหรือมีอยู่ แล้วต้องการอีก ให้ท่องไว้คำว่า พอ พอ พอ หรือคำว่า หยุด หยุด หยุด    คำแบบนี้ล่ะที่เป็นคาถาได้ดีในการปราบความทุกข์ความอยากลงได้ครับ ท่องแล้วทำด้วย ครับ ถึงจะเกิดผลแก่ตัวคุณเอง

           ครับถ้าปฏิบัติได้ทั้ง  11 ข้อข้างต้นที่กล่าวมาถ้าคุณทำได้เป็นประจำทุกวันก็ดี อาทิตย์ละครั้งก็ดี เดือนละครั้งก็ดีจะส่งผลให้คุณได้รับรู้ได้เห็นเองว่าคุณจะมีความสุขมากกว่า ปัจจุบันนี้เพียงใดและต่อให้คุณดวงตกมากแค่ไหนดวงตกของคุณก็ไม่สามารถทำ อันตรายคุณได้ หรือใครจะทำร้าย หรือเกิดอุบัติเหตุคุณก็จะสามารถรอดได้อย่างปลอดภัยครับ  และ คนที่ดวงดีอยู่แล้วถ้าทำตาม  11  ข้อ ดังกล่าวข้างต้นนี้ถ้าทำทุกวัน ทุกอาทิตย์ ทุกเดือน จะช่วยส่งเสริมดวงของคุณให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่ามากกว่าที่คุณเป็น อยู่อย่างปัจจุบันครับ แต่ต้องบอกทุกท่านไว้นะครับว่า  ถ้า เราทำผลจะเกิด  แต่ถ้าเรามัวรอให้เกิดผลมันก็จะไม่ส่งกับเรา เราต้องทำครับ   

            อ่านดูแล้วบางท่านอาจคิดว่าทำไม่ได้หรือทำได้บ้างไม่ทั้งหมดแต่ถ้าลองทำ แล้วคุณจะรู้ได้เองครับว่าดีอย่างไร   ถ้าไม่เริ่มทำสักที คุณก็จะไม่รู้ว่าความสุขที่แท้จริงเป็นอย่างไร           

          อย่างไรก็ดีครับขอให้ท่านตั่งใจทำให้ได้อย่างน้อย  3  ข้อ โดยท่านต้องเลือกเองว่าจะทำตามข้อใดเพราะท่านทำตามข้อใดก็ดีจะส่งผลกับตัว ท่านเองทำเองได้เองครับ  และไม่มีการฝากคนอื่นทำ  ถ้าท่านไม่ทำเองก็จะไม่ รู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร และคนที่ทำได้  3 ข้อหรือมากกว่านั้น คุณจะรู้และสัมผัสได้เองครับว่าจะมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นในชีวิตของคุณ  ดวงคุณจะดีขึ้นได้ต้องทำด้วยตัวเองครับ  



หลักของการ  ปล่อยนก ปล่อยปลา  ปล่อยสัตว์ต่างๆ

          การ ปล่อยนกปล่อยปลา หรือปล่อยสัตว์ อื่นๆ ทุกชนิดนั้น คำที่ใช้ในการพูดที่เหมาะสมที่สุด คือการอวยพรให้สัตว์ที่เราปล่อยไปดี รอดพ้นปลอดภัยจากอัตรายทั้งปวง หรือไม่ ต้องพูดอะไรก็ได้เพียงแต่เราให้ความรู้สึกที่ดี คือความเมตตาเพียงเท่านี้ก็พอแล้วครับ   และไม่ต้องจุดธูป หรือเทียน หรือดอกไม้  หรือสิ่งบูชาอื่นๆ

          สิ่งที่ไม่ควรทำใน การปล่อยนก  ปล่อยปลา หรือ ปล่อยสัตว์อื่นๆ นั้น   มีหลายท่านที่ผมเห็นมามักจะกล่าวคำต่างๆ เพื่อขอให้ได้สิ่งนั้น สิ่งนี้ ฯลฯ การกล่าวคำขอต่างๆเมื่อปล่อยสัตว์ไม่ควรทำอย่างยิ่งครับ  หรือการจุดธูป เทียน ดอกไม้ เพื่อให้ดูขลังขึ้น  เพราะการทำบุญนั้นเราต้องทำบุญด้วยใจจริง ซึ่งเราไม่หวังสิ่งตอบแทนครับ  และคนที่ทำด้วยความจริงจากใจนั้นผลจะเกิด ขึ้นเองครับ โดยที่เราไม่ต้องขอสิ่งตอบแทนใดๆ
                                                           

           การ แก้กรรมการสะเดาะเคราะห์ นั้นตามหลักความเป็นจริงไม่มีใครที่สามารถจะแก้ให้เราได้ครับ เพราะการแก้กรรมการสะเดาะเคราะห์นั้น การจะแก้ให้ได้สำเร็จ ต้องเกิดจาก ความดี กรรมดี  ของ ผู้ที่ต้องการแก้กรรม   จากประสบการณ์ของผมนั้นต้องการถ่ายทอดความถูกต้องให้แก่ทุกคนได้ทราบถึง หลักที่แท้จริงของการแก้กรรม และการสะเดาะเคราะห์  เพราะหลักการทั้ง  11 ข้อนั้น ไม่ใช่แต่จะเป็นการแก้กรรม  การสะเดาะเคราะห์อย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นการสร้างบุญกุศล และบารมีควบคู่ไปด้วยครับ

          คน เราทุกคน เกิดมาเพื่อ   สร้างกรรมใหม่    เพื่อใช้กรรม เก่า - ใหม่  แต่เมื่อใดก็ตามถ้าต้องการให้กรรมหมดจากตัวเราเราก็ต้องพยายามให้เดิน ทาง สายกลางถึงความพอดี เพื่อจะให้กรรมนั้นลดน้อยลง

ที่มา...http://lovemittare.is.in.th/?md=content&ma=show&id=1

+ คน ที่เป็น เพื่อน+

posted on 12 Sep 2009 16:45 by devilclass

 
คอยเตือน ยามเพื่อนพลั้ง                คอยฟัง ยามเพื่อนขอ

คอยรอ ยามเพื่อนสาย                        คอยพาย ยามเพื่อนพัก

คอยทัก ยามเพื่อนทุกข์                คอยปลุก ยามเพื่อนท้อ

คอยง้อ ยามเพื่อนงอน                        คอยสอน ยามเพื่อนผิด

คอยสะกิด ยามเพื่อนเผลอ                คอยเจอ ยามเพื่อนหา

คอยลา ยามเพื่อนกลับ                        คอยปรับ ยามเพื่อนเปลี่ยน

คอยเรียน ยามเพื่อนเที่ยว                คอยเคี่ยว ยามเพื่อนเล่น

คอยเย็น ยามเพื่อนร้อน                คอยหอน ยามเพื่อนเห่า

คอยเฝ้า ยามเพื่อนฟุบ                        คอยอุบ ยามเพื่อนปิด

คอยคิด ยามเพื่อนถาม                        คอยปราม ยามเพื่อนหลง

คอยปลง ยามเพื่อนแกล้ง                คอยแบ่ง ยามเพื่อนหมด

คอยอด ยามเพื่อนทาน                        คอยคาน ยามเพื่อนล้ม

คอยชม ยามเพื่อนชนะ                        คอยสละ ยามเพื่อนชอบ


edit @ 12 Sep 2009 16:48:07 by จ.ส.ต. วิทยา โอบอ้อม

สัญญาณคู่แท้

posted on 07 Sep 2009 10:18 by devilclass

 

   เวลานึกถึงเค้า เค้าจะโทรมาพอดี หรือไม่ก็โผล่มาทันที 

 

 เวลามองหน้ากัน ใจจะเหมือนอะไรบางอย่างสะกดจิต

 

  เวลาเราอยากได้ใครสักคนมาเป็นเพื่อน เค้าจะโผล่มาพอดี 

 

 ครั้งแรกที่เจอกันจะรู้สึกว่าเคยเจอกันมาก่อน แต่นึกไม่ออกว่าใคร   

 

 เวลาอยู่กับเค้าจะไม่รู้สึกเกร็ง แต่จะรู้สึกดีที่สุด

 

  เวลาที่เราอยู่ไกลกัน ขณะที่กำลังคิดถึงเค้า ..เค้าก็กำลังนึกถึงเราเหมือนกัน 

 

 ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเวลาที่มีความสุข หรือทุกข์ เราจะนึกถึงกันและกันก่อน ตลอดเวลาเลย 

 

ยามเหงา

posted on 31 Aug 2009 10:41 by devilclass
นั่นสินะยามเหงาคืออะไร
เรื่องที่ใจนั้นสร้างมิใช่หรือ
รึเป็นเรื่องที่ใครสร้างด้วยน้ำมือ
รึเป็นเรื่องฝึกปรือเข้มแข็งใจ
****************************
หากเธอมีความเหงามากมายนัก
กระดานกลอนนี้เป็นที่พึ่ง
ยามเธอเหงาหรือเบื่อให้คิดถึง
เพื่อนซึ้งในรักความแบ่งปัน
***************************
ยามฉันเหงาก็นั่งคิดถึงแม่
คิดถึงแม้แต่นอนเก็บไปฝัน
คิดถึงใครอีกหลายคนในหนึ่งวัน
เพราะฉันนั้นก็เหงาเหมือนกับเธอ
***************************
อาจสรุปเรื่องความเหงาเอาไว้ว่า
คล้ายเป็นทรายก่อสร้างความคิดถึงถึง
ด้วยเสน่ย์แห่งรักยิ่งคำนึง
ยิ่งคิดถึงยิ่งเศร้ายิ่งเหงาใจ

เสน่ย์ของความเหงาคือความ
คิดถึง

edit @ 31 Aug 2009 10:50:38 by จ.ส.ต. วิทยา โอบอ้อม

 

ในขณะที่เราคิดถึงคน ๆ นึงตลอดเวลา
เค้าคนนั้นก็อาจคิดถึงคนอื่นอยู่ก็เป็นได้

และบางครั้ง ก็อาจมีคนที่คิดถึงเรา

โดยที่เราไม่สนใจเลยเช่นกัน

บางครั้ง การได้ฝันไปคนเดียว

มันก็ดีกว่าการได้รู้ความจริงที่ว่า
สิ่งที่เราคิดทั้งหมด

มันคือความฝันของเราเองเพียงคนเดียว
ฉะนั้น ไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่

เลือกที่จะจมกับความฝัน
มากกว่าการได้รับรู้ความจริง
การไม่ได้เป็นที่ 1 ในใจเค้า

ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า...
เราอาจเป็นที่ 2

ซึ่งมันก็ยังดีกว่าเป็นที่ 3 ที่ 4...
และหากเราเป็นที่ 10 ในใจเค้า....
ก็ขอให้คิดไว้ว่า

ดีกว่าเราไม่มีความสำคัญอะไรในใจเค้าเลย

แต่โปรดจำไว้เถอะว่า
หากหัวใจของคุณยังไม่ร้องไห้ออกมาดัง ๆ
พร้อมกับพูดกับตัวเองว่า

...ชั้นเหนื่อยเหลือเกินแล้ว
โปรดห้ามใจเถอะ
ก่อนที่ชั้นจะอ่อนล้าไปกว่านี้...

ก็จงชอบต่อไปเถอะ
การรักใครซักคน

ไม่ต้องการความพยายาม
"การตัดใจ"ต่างหาก

ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากมาย
ลองชั่งน้ำหนักในใจเราดูสิว่า

ความสุขยาม ที่คุณได้สบตาเค้า
กับความทุกข์ยามที่คุณต้องคอยหลบตาเค้า
อันไหนมันหนักหนากว่ากัน

อย่าโทษตัวเอง ที่มาเจอเค้าสายเกินไป...
อย่าโทษเค้าที่ไม่มีใจให้...
อย่าโทษโชคชะตาที่ทำให้เราพบกัน

แต่ไม่ได้ทำให้เราใจตรงกัน

แต่จงยิ้มให้กับตัวเอง ที่อย่างน้อย

ถึงจะพบกับเค้าคนนั้นสายเกินไป
แต่ก็ยังได้พบ...

ยิ้มให้เค้า ที่ถึงจะไม่ได้ให้ใจเรามา

แต่ก็ยังได้รับหัวใจของเราไป...

ยิ้มให้กับโชคชะตา  
ที่ยังทำให้เรา...ได้รู้จักกัน

คุณควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ครั้งหนึ่ง
คุณได้เจอคนที่คุณอยากเก็บรอยยิ้ม

ของเค้าไว้คนเดียว

คนที่คุณใส่ใจกว่าตัวคุณเอง....
คนที่ทำให้คุณหัวเราะ...

และร้องไห้ได้มากมาย...

คนที่เพียงแค่ยิ้มของเค้า
ก็สามารถเปลี่ยนวันที่หมองหม่น...

ให้กลายเป็นวันที่สดใส
เท่านี้มันก็เพียงพอแล้ว ไม่ใช่หรือ?


แค่การได้เห็นคนที่เรารัก
ได้หัวเราะอยู่กับใครสักคน

ที่เค้ารักมากที่สุด
...นั่นแหละคือความสุขของการได้รัก

...อย่างจริงใจ 

 

edit @ 8 Sep 2009 09:39:35 by จ.ส.ต. วิทยา โอบอ้อม

ชีวิตที่เหลืออยู่...

posted on 26 Aug 2009 14:20 by devilclass
โลกมนุษย์สอนว่าทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลง แต่โลกก็ดันสอนให้มนุษย์รู้จักความผูกพัน

แล้วจะไม่ให้เศร้าได้อย่างไร

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องความรัก เรื่องครอบครัว ถ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่อไหร่
คุณก็จะเริ่มเศร้า แล้วพอเวลาผ่านไป คุณก็จะเริ่มผูกพันกับสิ่งใหม่ ๆ ที่เปลี่ยนไป


คุณจะรู้สึกดีขึ้นที่เรามักจะเรียกว่า "ทำใจได้แล้ว" จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่ที่ว่าคุณจะผูกพันกับสิ่งใหม่ ๆ ได้เร็วขนาดไหน

อายุคนเราเฉลี่ยแค่ 76 ปี นั่นก้อคือ 3,952 สัปดาห์
คุณหมดเวลาไปกับการนอน 1,317 สัปดาห์
ซึ่งเท่ากับคุณเหลือเวลาที่จะใช้ดำเนินชีวิตแค่ 2,635 สัปดาห์เท่านั้น

2,000 กว่าสัปดาห์ที่ได้อยู่บนโลก

ถามตัวเองว่า...

คุณจะยอมเศร้าสักกี่สัปดาห์
เหงาซะกี่สัปดาห์
มีความสุขสักกี่สัปดาห์


....เพราะทั้งหมด "มนุษย์เราก็มีอยู่แค่ 2,000 กว่าสัปดาห์เท่านั้นเอง"....

edit @ 27 Aug 2009 13:55:11 by จ.ส.ต. วิทยา โอบอ้อม